วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2567

บันทึกไว้ให้เป็นประวัติ พระครูสุเขตธรรมทัต (สีทัด อุปธมฺโม) น้อยมา (บุคคลสำคัญของหมู่บ้าน)

ลูกหลานขอบันทึกไว้ให้เป็นประวัติเด้อพระครู 

ประวัติ พระครูสุเขตธรรมทัต (สีทัด อุปธมฺโม) น้อยมา 

พระครูสุเขตธรรมทัต (สีทัด อุปธมฺโม) น้อยมา  อดีตเจ้าอาวาสวัดดอยแก้ว(นาโร่เดียว)
ตำบลสองต้อง อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ 



ชาตะ - พ.ศ. ๒๔๗๙   มรณะ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖   อายุ ๘๗ ปี พรรษา ๔๐
ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๖   ณ เมรุชั่วคราว วัดดอยแก้ว (นาไร่เดียว)























สุสานหอย ล้านปี บ้านนาไร่เดียว จังหวัดอุตรดิตถ์ #Fossil Shell


สถานที่ตั้งสุสานหอย อยู่ที่ บ้านนาไร่เดียว ต.สองห้อง อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์  
        ประวัติความเป็นมาของสุสานหอย  บ้านนาไร่เดียว

สุสานหอยล้านปี  ตั้งอยู่ที่บ้านนาไร่เดียว  หมู่ที่ 5  ตำบลสองห้อง  อำเภอฟากท่า
จังหวัดอุตรดิตถ์  อยู่ในความดูแลของ องค์การบริหารส่วนตำบลสองห้อง      สุสานหอยล้านปีถือเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่มีค่าแห่งหนึ่งที่ควรอนุรักษ์ดูแลรักษาไว้ให้คงสภาพดีดั่งเดิม  และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์        เพราะสุสานหอยแห่งนี้  เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งเดียวที่ค้นพบในจังหวัดอุตรดิตถ์ บริเวณที่พบ ห่างจากหมู่บ้านนาไร่เดียวประมาณ 1 กิโลเมตรมีเนื้อที่ประมาณ  2 ไร่   สภาพพื้นที่เป็นเนินเขาที่อยู่ติดริมลำห้วยม่วง   ลักษณะที่พบมีเปลือกหอยที่อยู่ติดกับหินจำนวนมาก    ผู้ที่พบเห็นสันนิษฐานว่า บริเวณดังกล่าว น่าจะเคยเป็นทะเล  หรือหนองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า  บริเวณแห่งนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน
สุสานหอยล้านปี  ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเตี้ย ๆ อยู่ห่างจากหมู่บ้านนาไร่เดียวไปประมาณ
1 กิโลเมตร   ชาวบ้านได้เล่าขานสืบต่อกันมาว่า    แต่เดิมสถานที่ดังกล่าวชาวบ้านเรียกขานว่า       โปร่งหอย ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์   ซึ่งโปร่งนั้นหมายถึงแอ่งน้ำที่มีน้ำขังตลอดปี  ส่วนหอยที่มาคือในบริเวณแอ่งน้ำดังกล่าวจะมีหินที่มีรูปร่างเหมือนหอยชนิดต่าง ๆ  อยู่เป็นจำนวนมาก   ชาวบ้านในหมู่บ้าน   ได้เล่าขานเป็นตำนานนิทานพื้นบ้านว่า  พื้นที่สุสานหอยในปัจจุบันเดิมทีมีพญานกอินทรียักษ์สองตัวผัวเมีย    มาอาศัยทำรังอยู่บนต้นไม้ทุกๆ วัน   พญานกอินทรียักษ์ทั้ง 2 ตัว จะบินไปหากินหอย กินปู ที่หนองน้ำใหญ่ในป่าหิมพานต์และกลับมานอนรัง  เป็นอยู่อย่างนี้ประจำ    พอตกกลางคืนพญานกอินทรียักษ์ทั้งสองก็ได้ขับถ่ายเปลือกหอยทิ้งไว้บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ทุกวันจนกลายเป็นภูเขาที่มีแต่เปลือกหอยที่เราพบเห็นในปัจจุบัน   ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าหินรูปหอย เกิดจากนกอินทรีคู่ผัวเมียที่มาทำรังอาศัยอยู่บริเวณแอ่งน้ำ  ออกไปหาอาหารจำพวกกุ้ง หอย ปู ปลาแล้วกลับมาถ่ายมูลไว้ที่แอ่งน้ำนั่นเอง   



วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2567

พระพุทธเมตรตามหามงคลชัย ปางประทานพร

 พระพุทธเมตรตามหามงคลชัย ปางประทานพร ขนาดหน้าตัก 6 เมตร สูง 14 เมตร อยู่ที่วัดดอยแก้ว บ้านนาไร่เดียว ตำบลสองห้อง อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์  บวงสรวง วันที่ 13 มีนาคม 2565








วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ถนนสายเดิมไม่เคยเปลี่ยน

ถนนสายเก่าบ้านเฮานาไฮ่เดียว

วันที่ ตั้ง แต่วันที่   17  ก.ย. 2562  ถึง  7 พ.ย. 2562  ณ ถนนบ้านนาไร่เดียว   ตำบลสองห้อง อำเภอฟากท่า   จ.อุตรดิตถ์  ภาพถนนสายเก่าที่บ้านเรานาไฮ่เดียว มีภาพสวยๆๆจากผมให้ดู










                                                     ภาพจาก เอกพจน์ อ่องดา ผู้สร้างบล๊อก

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

งานลอยกระทง วันที่  6 พ.ย. 57   จัดงานที่ องค์การบริหารส่วนตำบลสองห้อง  ครับ






กระทงฝีมือน้องโจโจ้  ได้ที่ 2 ของตำบลเลยครับ  กรรมการบอกว่ากระทงปราณีตดีมากครับ 
ปีหน้าเอาใหม่เน้อ ที่หนึ่งไปเลย

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557










  เข้าฤดูแล้งแล้ว   เราชาวบ้านช่วยกันกั้นน้ำ  พร้องทำกาลักน้ำเพื่อน้ำอุปโภคบริโภคในหมู่บ้านนาไร่เดียว

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ความงาน บ้านนาไร่เดียว นี้แหละบ้านนาไร่เดียว

ถ่ายภาพวันที่ 16 กันยายน 2556  ทุ่งนากำลังเต็มไปด้วยต้นข้าวที่เขียวขจี  พร้อมกลับแสงแดดที่ส่งลงมากระทบต้นข้าว 
 
 
 
 

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

สถานที่ท่องเที่ยวบ้านนาไร่เดียว ต.สองห้อง อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์

แหล่งท้องเที่ยวบ้านนาไร่เดียว




สถานที่ตั้งสุสานหอย อยู่ที่ บ้านนาไร่เดียว ต.สองห้อง อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์  


        ประวัติความเป็นมาของสุสานหอย  บ้านนาไร่เดียว

สุสานหอยล้านปี  ตั้งอยู่ที่บ้านนาไร่เดียว  หมู่ที่ 5  ตำบลสองห้อง  อำเภอฟากท่า
จังหวัดอุตรดิตถ์  อยู่ในความดูแลของ องค์การบริหารส่วนตำบลสองห้อง      สุสานหอยล้านปีถือเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่มีค่าแห่งหนึ่งที่ควรอนุรักษ์ดูแลรักษาไว้ให้คงสภาพดีดั่งเดิม  และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์        เพราะสุสานหอยแห่งนี้  เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งเดียวที่ค้นพบในจังหวัดอุตรดิตถ์ บริเวณที่พบ ห่างจากหมู่บ้านนาไร่เดียวประมาณ 1 กิโลเมตร
มีเนื้อที่ประมาณ  2 ไร่   สภาพพื้นที่เป็นเนินเขาที่อยู่ติดริมลำห้วยม่วง   ลักษณะที่พบมีเปลือกหอยที่อยู่ติดกับหินจำนวนมาก    ผู้ที่พบเห็นสันนิษฐานว่า บริเวณดังกล่าว น่าจะเคยเป็นทะเล  หรือหนองน้ำขนาดใหญ่    ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า  บริเวณแห่งนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน
สุสานหอยล้านปี  ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเตี้ย ๆ อยู่ห่างจากหมู่บ้านนาไร่เดียวไปประมาณ
1 กิโลเมตร   ชาวบ้านได้เล่าขานสืบต่อกันมาว่า    แต่เดิมสถานที่ดังกล่าวชาวบ้านเรียกขานว่า       โปร่งหอย ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์   ซึ่งโปร่งนั้นหมายถึงแอ่งน้ำที่มีน้ำขังตลอดปี  ส่วนหอยที่มาคือในบริเวณแอ่งน้ำดังกล่าวจะมีหินที่มีรูปร่างเหมือนหอยชนิดต่าง ๆ  อยู่เป็นจำนวนมาก   ชาวบ้านในหมู่บ้าน   ได้เล่าขานเป็นตำนานนิทานพื้นบ้านว่า  พื้นที่สุสานหอยในปัจจุบันเดิมทีมีพญานกอินทรียักษ์สองตัวผัวเมีย    มาอาศัยทำรังอยู่บนต้นไม้ทุกๆ วัน   พญานกอินทรียักษ์ทั้ง 2 ตัว จะบินไปหากินหอย กินปู ที่หนองน้ำใหญ่ในป่าหิมพานต์และกลับมานอนรัง  เป็นอยู่อย่างนี้ประจำ    พอตกกลางคืนพญานกอินทรียักษ์ทั้งสองก็ได้ขับถ่ายเปลือกหอยทิ้งไว้บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ทุกวันจนกลายเป็นภูเขาที่มีแต่เปลือกหอยที่เราพบเห็นในปัจจุบัน   ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าหินรูปหอย เกิดจากนกอินทรีคู่ผัวเมียที่มาทำรังอาศัยอยู่บริเวณแอ่งน้ำ  ออกไปหาอาหารจำพวกกุ้ง หอย ปู ปลาแล้วกลับมาถ่ายมูลไว้ที่แอ่งน้ำนั่นเอง   

ประวัติหมู่บ้านนาไน่เดียว
“บ้านนาไร่เดียว” หมู่ที่ 5 ตำบลสองห้อง อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเชื้อสายไทย  ลาว เป็นหมู่บ้านที่เกิดขึ้นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี ปีพุทธศักราช 2458 หรือประมาณ 93 ปีมาแล้ว เดิมชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ข้าวเลื่อนลอย เรียกว่า ข้าวไห่ ย้ายบ้านเรือนทำไร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้ามาตั้งบ้านเรือนที่บ้านแปลงนา ซึ่งห่างจากบ้านนาไร่เดียวประมาณ 1 กิโลเมตร ต่อมามีชาวบ้านคนหนึ่งไปล่าสัตว์ ได้พบตาน้ำซึ่งมีน้ำตลอดทั้งปี จึงทดลองทำนาข้าว แทนข้าวไร่ โดยทดลองทำ จำนวน 1 แปลง หรือ 1 ไร่ เมื่อได้ผลผลิตดีกว่าข้าวไร่ จึงชักชวนเพื่อบ้านมาทำนาข้าวแทนข้าวไร่ สาเหตุที่อพยพจากบ้านแปลงนามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านนาไร่เดียว เนื่องจากเกิดไฟไหม้ที่บ้านแปลงนา เมื่ออพยพมาแล้ว จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านนาไร่เดียว และได้ย้ายมาอยู่ ณ สถานที่ปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่เดิมใช้เป็นพื้นที่ทำนาทั้งหมด

ลักษณะหอยมีดังนี้






อ้างอิงhttp://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=48520
                                                                                                                                         ดินสอศิลป์ 
                                                                                                       นายเอกพจน์ อ่องดา ผู้สร้างบล๊อก